กฎหมาย

ประกาศรายชื่อกฎหมายและหน่วยงานที่รับผิดชอบ

การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย การจัดทำคำอธิบายและคำแปลของกฎหมาย และการเผยแพร่ข้อมูลกฎหมายและกฎเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติ

⚖️
ประมวลกฎหมายอาญา
พระราชบัญญัติกฎระเบียบ
พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัย
ประมวลกฎหมายอาญาไซเบอร์
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ประมวลกฎหมายอาญา พุทธศักราช ๒๕๖๙
ลำดับ กฎหมาย คำอธิบาย
มาตรา ๑ ชื่อประมวลกฎหมาย

ประมวลกฎหมายอาญา พุทธศักราช ๒๕๖๙

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒ บังคับใช้

ประมวลกฎหมายนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๓ วันที่บังคับใช้

ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๔ กฎหมายเดิม

เมื่อประกาศบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญา พุทธศักราช ๒๕๖๙ นี้แล้ว ให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญาเดิมที่เคยบังคับใช้ทั้งหมด

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๕ ดุลพินิจการบังคับใช้กฎหมาย

ผู้ใดกระทำความผิดอย่างใด นอกจากที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญานี้ ให้รับอาญาตามลักษณะจารีตประเพณี หรือใช้ดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจสูงสุด ถ้ากฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้ให้เป็นอย่างอื่น

ใช้ในการสวมบทบาท
หมวด ๑ : บทนิยาม
มาตรา ๖ คำพิพากษาของศาลให้ถือเป็นที่สุด

คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลในคดี ให้ถือเป็นที่สุด ไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงได้ เว้นแต่ศาลจะเห็นสมควรให้มีการพิจารณาคดีใหม่ ในกรณีที่ข้อเท็จจริงหรือรูปคดีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๗ บทนิยามศัพท์
  • "ประชาชน" หมายความว่า บุคคลซึ่งมิได้อยู่ในสังกัดตำรวจ หรือหน่วยงานราชการใดภายในแมพ
  • "ตำรวจ" หมายความว่า ข้าราชการซึ่งอยู่ภายใต้บังคับบัญชาและกฎหมายของฝ่ายตำรวจ
  • "เจ้าพนักงาน" หมายความว่า ข้าราชการผู้สังกัดและปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใดภายในแมพ
  • "ผู้ต้องสงสัย" หมายความว่า บุคคลที่ยังมิได้รับการยืนยันว่ากระทำความผิด แต่มีเหตุอันควรสงสัยจากการสืบสวนหรือสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
  • "ผู้ต้องหา" หมายความว่า บุคคลที่มีการยืนยันแล้วว่ากระทำความผิด แต่ยังมิได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล
  • "จำเลย" หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการยืนยันว่ากระทำความผิด และอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาล
  • "คุมขัง" หมายความว่า การควบคุมตัว กักตัว หรือการจำคุกโดยชอบด้วยกฎหมาย
  • "โดยทุจริต" หมายความว่า การแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าต่อตนเองหรือผู้อื่น
ใช้ในการสวมบทบาท
หมวด ๒ : การกำหนดประเภทและอัตราโทษ
มาตรา ๘ การกำหนดประเภทแห่งอัตราโทษ

เมื่อประมวลกฎหมายอาญานี้มีผลบังคับใช้แล้ว กฎหมายใดที่กำหนดโทษโดยอ้างอิงถึงโทษใดในกฎหมายลักษณะอาญา ให้ถือว่ากฎหมายนั้นอ้างถึงโทษตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญานี้ ดังต่อไปนี้

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๙ ความผิดระดับ โทษสถานเบา
  • (๑) สูญเสียการบังคับบัญชา (สำหรับนายทหาร/นายตำรวจระดับบังคับบัญชา)
  • (๒) จำคุกไม่เกิน ๕ นาที
  • (๓) บันทึกตักเตือน
ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๐ ความผิดระดับ โทษสถานกลาง
  • (๑) ลดอัตราชั้นยศ สำหรับสิบเอก/จ่าสิบตำรวจขึ้นไป
  • (๒) จำคุกไม่เกิน ๑๐ นาที
  • (๓) ขึ้นบัญชีวินัยเลว หรือพ้นตำแหน่งหน้าที่ หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง
ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๑ ความผิดระดับ โทษสถานหนัก
  • (๑) ลดอัตราชั้นยศ สำหรับสิบเอก/จ่าสิบตำรวจขึ้นไป
  • (๒) ให้ออกจากราชการโดยไร้เกียรติ
  • (๓) ขึ้นบัญชีดำ
  • (๔) เนรเทศออกนอกราชอาณาจักร หรือถูกแบนออกจากเซิร์ฟเวอร์
ใช้ในการสวมบทบาท
หมวด ๓ : ระเบียบข้อบังคับ
มาตรา ๑๒ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

เจ้าพนักงานผู้ใดละเว้นหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบโดยไม่มีเหตุอันสมควร (โทษสถานเบา - โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๓ การหมิ่นประมาท

การกล่าวหา ใส่ความ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้บุคคล องค์กร หรือหน่วยงาน เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง (โทษระดับปานกลาง - โทษระดับร้ายแรง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๔ การฝ่าฝืนคำสั่งผู้บังคับบัญชา

การเพิกเฉย ดื้อดึง หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ขั้นตอน หรือระเบียบที่ผู้บังคับบัญชากำหนดไว้ (โทษระดับเบา)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๕ การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

การกระทำใด ๆ ที่เกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน หรือใช้อำนาจในตำแหน่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (โทษระดับปานกลาง - โทษระดับร้ายแรง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๖ สมรู้ร่วมคิด

ผู้ใดมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด หรือให้การสนับสนุนในการกระทำดังกล่าว ต้องรับโทษในอัตรากึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๗ ฉ้อโกงและหลอกลวง

ผู้ใดให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือปิดบังข้อเท็จจริงที่ควรเปิดเผยแก่ผู้อื่น เพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้ (โทษระดับเบา - โทษระดับปานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๘ การเกณฑ์และแต่งตั้งโดยมิชอบ

การกระทำอันเป็นการหลอกลวงในการคัดเลือก แต่งตั้ง หรือก่อให้เกิดความแตกแยก ซึ่งขัดต่อระเบียบการเลื่อนยศภายในสังกัด (โทษระดับเบา - โทษระดับปานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๙ การกระทำที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการเกณฑ์และแต่งตั้ง

การกระทำใด ๆ อันมีผลกระทบต่อกระบวนการคัดเลือก การแต่งตั้ง หรือก่อให้เกิดความแตกแยก โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (โทษระดับเบา - โทษระดับร้ายแรง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๐ หลบหนีการจับกุมจากเจ้าหน้าที่

ผู้ใดขัดขืนหรือพยายามหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย (โทษสถานเบา - โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๑ การใช้อำนาจโดยมิชอบ

ผู้บังคับบัญชาผู้ใดใช้อำนาจในทางมิชอบ หรือกระทำการข่มขู่ กดขี่ หรือรังแกผู้ใต้บังคับบัญชา (โทษระดับเบา - โทษระดับปานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๒ การฆาตกรรม

ผู้ใดมีเจตนาฆ่าบุคคลอื่นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่มีเหตุอันควร (โทษสถานเบา - โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๓ การปลุกระดมหรือยุยง

การปลุกระดมหรือชักจูงด้วยวาจาหรือพฤติการณ์ เพื่อให้เกิดความแตกแยกหรือความวุ่นวาย (โทษระดับปานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๔ การใช้เอกสิทธิ์กฎหมาย

เจ้าพนักงานผู้ใดใช้เอกสิทธิ์หรืออำนาจตามกฎหมายในทางที่ผิด อันมิใช่เพื่อประโยชน์สาธารณะ (โทษสถานเบา - โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๕ ก่อกบฏ

ผู้ใดกระทำการก่อกบฏ ล้มล้างการปกครอง หรือแบ่งแยกราชอาณาจักร ไม่ว่าด้วยวิธีการใด (โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๖ ละเลยหน้าที่

ผู้ใดละเลย ทอดทิ้ง หรือเพิกเฉยต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายโดยไม่มีเหตุอันสมควร (โทษสถานเบา)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๗ ก่อจลาจล

ผู้ใดก่อให้เกิดจลาจลเป็นวงกว้าง อันส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของส่วนรวม (โทษสถานกลาง - โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๘ ฉ้อโกง

ผู้ใดกระทำการโดยทุจริต ทำให้ผู้อื่นเสียผลประโยชน์เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์โดยมิชอบ (โทษสถานเบา - โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๙ ปลอมแปลงเอกสารราชการ

ปลอมแปลงเอกสารทางราชการ เช่น ประกาศ คำสั่ง หลักสูตร หรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้อง (โทษสถานเบา - โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๓๐ แอบอ้างเป็นบุคคลอื่น

ผู้ใดแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม เพื่อแสวงหาประโยชน์หรือสิทธิที่ไม่ใช่ของตน (โทษสถานเบา - โทษสถานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๓๑ การใช้โปรแกรมช่วยเล่นหรือก่อให้เกิดความปั่นป่วน

การใช้โปรแกรมช่วยเล่น การแฮ็ก หรือโปรแกรมอื่นใด อันเป็นเหตุให้หน่วยงานหรือกองกำลังได้รับความเสียหาย หรือก่อให้เกิดความปั่นป่วน (โทษระดับปานกลาง - โทษระดับร้ายแรง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๓๒ ยักยอกทรัพย์

ผู้ใดยักยอกทรัพย์สินของผู้อื่นหรือของทางราชการมาเป็นของตนเอง หรือของบุคคลอื่นโดยทุจริต (โทษระดับปานกลาง - โทษระดับร้ายแรง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๓๓ การใช้ยานพาหนะโดยมิได้รับอนุญาต

ผู้ใดใช้หรือขับขี่ยานพาหนะของทางราชการ หน่วยงาน หรือกองกำลัง โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ (โทษระดับเบา - โทษระดับปานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๓๔ การขับขี่โดยมิได้รับอนุญาต

ผู้ใดขับขี่ยานพาหนะทางบก น้ำ หรืออากาศ โดยมิได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือยังมิได้ผ่านการอบรมตามที่กำหนดไว้ (โทษระดับเบา - โทษระดับปานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๓๕ สร้างบุคคลที่สอง (ไอดีรอง)

การใช้บัญชีสำรองหรือไอดีรองเพื่อกระทำการอันเข้าข่ายก่อจลาจลตามมาตรา ๒๗ หรือมาตรา ๒๒ ให้ถือว่าเป็นการกระทำของบุคคลเดียวกัน (โทษระดับร้ายแรง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๓๖ เผยแพร่เนื้อหาภายใน

ผู้ใดเผยแพร่ข้อมูลหรือเนื้อหาภายในกรมหรือหน่วยงานออกสู่ภายนอก อันทำให้ภาพลักษณ์ของกรมหรือหน่วยงานเสียหาย ให้ถือว่าเป็นการกบฏ (โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๓๗ ล่วงละเมิดทางเพศและคุกคามทางเพศ

การกระทำอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ ไม่ว่าจะทางร่างกาย คำพูด หรือพฤติกรรม ที่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจ อับอาย หรือหวาดกลัว (โทษสถานกลาง - โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๓๘ ขู่เข็ญ คุกคาม หรือบังคับ

ผู้ใดข่มขู่หรือบังคับผู้อื่นด้วยวิธีการใดๆ จนทำให้ผู้นั้นเกิดความกลัวและยอมจำนนต่อความต้องการของตนโดยไม่สมัครใจ (โทษสถานกลาง - โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๓๙ ทะเลาะวิวาทและใช้ความรุนแรง

ทะเลาะวิวาทหรือใช้ความรุนแรงในที่สาธารณะ จนก่อให้เกิดความวุ่นวายหรือความเสียหาย (โทษสถานเบา - โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๔๐ กระทำโดยประมาท

ผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล ทรัพย์สิน ระบบราชการ หรือความมั่นคง (โทษสถานเบา - โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๔๑ ใช้ยานพาหนะก่อความวุ่นวาย

การขับขี่ยานพาหนะในลักษณะที่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ปั่นป่วน หรือรบกวนความสงบเรียบร้อยของสาธารณะ (โทษระดับเบา) หรือ (จำคุกไม่เกิน ๑ ชม. ปรับไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๔๒ เบิกความเท็จ

ผู้ใดให้การหรือถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อศาล หรือในกระบวนการสืบสวนสอบสวนหรือไต่สวน (โทษสถานกลาง - โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๔๓ ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน

ผู้ใดต่อสู้ ขัดขวาง หรือกระทำการใดๆ อันเป็นอุปสรรคต่อเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย (โทษสถานเบา - โทษสถานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๔๔ บังคับใช้

ประมวลกฎหมายอาญานี้ให้มีผลบังคับใช้แก่บุคคลทุกคนโดยเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ดำรงตำแหน่งใด

ใช้ในการสวมบทบาท
พระราชบัญญัติกฎระเบียบ พุทธศักราช ๒๕๖๙
หมวด ๑ : บททั่วไป
ลำดับ กฎหมาย คำอธิบาย
มาตรา ๑ ชื่อพระราชบัญญัติ

"พระราชบัญญัติว่าด้วยกฎระเบียบภายในแมพ พุทธศักราช ๒๕๖๙"

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒ การบังคับใช้

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่ผู้เล่นทุกคน คณะบริหาร ตลอดจนกรมหรือหน่วยงานทุกประเภทที่อยู่ภายในแมพ

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๓ ดุลพินิจในการบังคับใช้กฎหมาย

ผู้ใดกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะในพระราชบัญญัตินี้ ให้ลงโทษตามจารีตประเพณีของแมพ หรือดุลพินิจของศาล ในกรณีที่กฎหมายมิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ให้สามารถนำคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญที่ถึงที่สุดแล้ว มาใช้เป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาคดีอื่นโดยอนุโลมได้

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๔ คำพิพากษาถือเป็นที่สุด

คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลในรูปคดี ให้ถือเป็นที่สุด ไม่อาจแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือโต้แย้งได้ เว้นแต่ศาลจะเห็นสมควรในกรณีที่ข้อเท็จจริงหรือรูปคดีเปลี่ยนแปลงไป

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๕ คำจำกัดความ
  • "แมพ" หมายความว่า พื้นที่การเล่นและการโรลเพลย์ทั้งหมด
  • "การบริหาร" หมายความว่า การวางแผน สั่งการ ควบคุม และกำกับดูแลการดำเนินงานภายในแมพ
  • "คณะบริหาร" หมายความว่า บุคคลหรือคณะบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่บริหารกรมหรือหน่วยงาน
  • "กรม/กอง" หมายความว่า หน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นภายในแมพ
  • "ผู้เล่น" หมายความว่า ผู้เข้าร่วมเล่นและโรลเพลย์ภายในแมพ
  • ""ข้าราชการ" หมายความว่า ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ และข้าราชการพลเรือน ที่อยู่ภายใต้สังกัดหน่วยงานในแมพ
  • "ชั้นประทวน" หมายความว่า ยศตั้งแต่พลตำรวจ จนถึงดาบตำรวจ
  • "ชั้นสัญญาบัตร" หมายความว่า ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป
ใช้ในการสวมบทบาท
หมวด ๒ : การกำหนดประเภทและอัตราโทษ
มาตรา ๖ ความผิดสถานเบา
  • ให้ศาลหรือผู้มีอำนาจพิจารณาลงโทษ ดังต่อไปนี้
  • ตักเตือน
  • บันทึกคดีความผิด
  • กระโดดตบไม่น้อยกว่า ๕๐ ครั้ง แต่ไม่เกิน ๒๐๐ ครั้ง
ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๗ ความผิดสถานกลาง
  • ให้ศาลหรือผู้มีอำนาจพิจารณาลงโทษ ดังต่อไปนี้
  • ตักเตือน
  • บันทึกคดีความผิด
  • ลดชั้นยศไม่เกิน ๔ ชั้นยศ
  • ปลดออกจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่
ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๘ ความผิดสถานหนัก
  • ให้ศาลหรือผู้มีอำนาจพิจารณาลงโทษ ดังต่อไปนี้
  • ปลดออกจากตำแหน่ง
  • ลดยศเหลือ พลตำรวจ
  • ลงโทษอื่นตามดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ
ใช้ในการสวมบทบาท
หมวด ๓ : การบริหารงานและการบริหารกรม
มาตรา ๙ คุณสมบัติพื้นฐานของผู้ดำรงตำแหน่งคณะบริหาร
  • (๑) เป็นผู้มีความประพฤติดี สุจริต และมีวุฒิภาวะเหมาะสมแก่ตำแหน่ง
  • (๒) ไม่เคยมีประวัติฝ่าฝืนกฎระเบียบของแมพในลักษณะร้ายแรง
  • (๓) ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรง หรือมีประวัติติดบัญชีวินัยเลว
  • (๔) ต้องเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรขึ้นไป
  • (๕) ต้องเป็นบุคลากรภายในกรมนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่า ๗ วัน เว้นแต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรณีพิเศษ
  • หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานเบา-ความผิดสถานกลาง)
ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๐ จำนวนกรมที่สามารถดำรงตำแหน่งคณะบริหารได้
  • (๑) ผู้บัญชาการ สามารถดำรงตำแหน่งได้เพียง ๑ กรม
  • (๒) รองผู้บัญชาการ สามารถดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน ๒ กรม
  • (๓) ตำแหน่งต่ำกว่ารองผู้บัญชาการลงมา สามารถดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน ๓ กรม
  • หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานเบา-ความผิดสถานกลาง)
ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๑ การแต่งตั้งคณะบริหาร
  • (๑) ต้องมีประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการและชัดเจน
  • (๒) ต้องมีเอกสารแต่งตั้งก่อนการมอบบทบาท (Role) ทุกครั้ง
  • (๓) ต้องเป็นบุคลากรภายในกรมนั้นเท่านั้น
  • (๔) ต้องพิจารณาจากความสามารถและความเหมาะสมโดยชอบด้วยกฎหมาย
  • (๕) ต้องผ่านการลงมติเห็นชอบจากคณะบริหารเป็นส่วนใหญ่
  • (๖) ต้องกำหนดให้มีการทดลองปฏิบัติหน้าที่ไม่น้อยกว่า ๗ วัน
  • หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานเบา-ความผิดสถานกลาง)
ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๒ การจัดตั้งและกำหนดบทบาทหน้าที่ภายในดิส (Discord)
  • (๑) การสร้างบทบาทต้องเกี่ยวข้องกับภารกิจของกรม/กองเท่านั้น
  • (๒) ห้ามมิให้สร้างบทบาทที่ไม่มีความจำเป็น
  • (๓) ห้ามมอบบทบาทแก่บุคคลอื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร
  • (๔) บทบาทสำหรับการยืนยันตัวตน ห้ามคณะบริหารแก้ไขหรือกำหนดเองโดยเด็ดขาด
  • (๕) ห้ามคณะบริหารมีบทบาทของบอทโดยเด็ดขาด
  • หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานเบา-ความผิดสถานกลาง)
ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๓ การรีตรากรมหรือรีบทบาทภายในดิสคอร์ด

ต้องได้รับการอนุมัติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจ และต้องมีการแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓ วัน ก่อนดำเนินการรีตรา หากฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว ให้มีโทษ (โทษระดับปานกลาง - โทษระดับร้ายแรง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๔ การบัญชีดำหรือการแบนผู้เล่น

ต้องมีพยานหลักฐานอันสมควร มีการสอบสวนข้อมูลที่มาที่ไป และต้องแจ้งเหตุแห่งการลงโทษให้ทราบโดยชัดแจ้ง หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานเบา-ความผิดสถานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๕ การแต่งตั้งแผนกหรือหน่วยงานภายใน

ให้กระทำตามความจำเป็น เพื่อประโยชน์แห่งการบริหาร โดยกำหนดให้ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นบุคลากรภายในกรม และต้องผ่านการทดลองงานไม่น้อยกว่า ๗ วัน หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานเบา-ความผิดสถานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๖ การปลดหรือการลดตำแหน่งคณะบริหาร

ให้กระทำได้เมื่อกระทำผิดวินัย ขาดคุณสมบัติ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสม โดยต้องมีประกาศอย่างชัดเจน และเสนอเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอนุมัติตามสังกัด หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานเบา-ความผิดสถานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๗ การลาออกของบุคลากร

ให้ติดต่อผ่านช่องทางส่วนตัวของผู้บัญชาการกรม/กอง เท่านั้น ห้ามจัดตั้งช่องทางลาออกสาธารณะภายในกรมโดยเด็ดขาด หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานเบา-ความผิดสถานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๘ โครงสร้างคณะบริหารกรม
  • (๑) หน่วยงานขนาดเล็ก (บุคลากรต่ำกว่า ๓๐ คน) - ผู้บังคับการ ๑ คน | รองผู้บังคับการ ๒ คน | เสนาธิการ ๑ คน | รองเสนาธิการ ๑ คน | รวมทั้งสิ้น ๕ คน
  • (๒) หน่วยงานขนาดใหญ่ (บุคลากรตั้งแต่ ๓๐ คนขึ้นไป) - ผู้บังคับการ ๑ คน | รองผู้บังคับการ ๒ คน | ผู้ช่วยผู้บังคับการ ๑ คน | เสนาธิการ ๑ คน | รองเสนาธิการ ๒ คน | รวมทั้งสิ้น ๗ คน
  • (๓) ระดับกองบัญชาการ/หน่วยงานส่วนกลาง - ผู้บัญชาการ ๑ คน | รองผู้บัญชาการ ๒ คน | ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ๒ คน | เสนาธิการ ๑ คน | รองเสนาธิการ ๒ คน | รวมทั้งสิ้น ๘ คน
  • หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานเบา-ความผิดสถานกลาง)
ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๙ การปฏิบัติหน้าที่

คณะบริหารต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม โปร่งใส รับผิดชอบ และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานเบา-ความผิดสถานกลาง-ความผิดสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
หมวด ๔ : การใช้อาวุธและยุทโธปกรณ์
มาตรา ๒๐ การใช้ระเบิดทุกชนิด

ให้ใช้ได้เฉพาะในการปฏิบัติการแบบ CQB และเฉพาะในพื้นที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานกลาง-ความผิดสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๑ การใช้อาวุธปืน

ให้ใช้อาวุธปืนได้เฉพาะในภารกิจ การฝึก หรือกิจกรรมที่ได้รับอนุญาต ห้ามใช้อาวุธปืนในลักษณะข่มขู่ กลั่นแกล้ง หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ ในกรณีป้องกันตนเองหรือผู้อื่น เมื่อมีเหตุอันจำเป็นเร่งด่วนและมีภัยคุกคามต่อชีวิตหรือความปลอดภัยอย่างร้ายแรง เจ้าพนักงานอาจใช้อาวุธปืนได้ตามสมควรแก่เหตุ และต้องไม่เกินกว่าเหตุ หากพบการฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว ให้มีโทษ (โทษระดับเบา - โทษระดับปานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๒ การใช้อุปกรณ์พิเศษ เฉพาะกรม/กอง

ให้ใช้ได้เฉพาะในภารกิจของอุปกรณ์ชิ้นนั้น เช่น กระบอง กุญแจมือ ปืนช็อตไฟฟ้า เป็นต้น ห้ามใช้อุปกรณ์ในลักษณะข่มขู่ กลั่นแกล้ง หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเด็ดขาด หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานเบา-ความผิดสถานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
หมวด ๕ : การดำรงชีวิตภายในราชอาณาจักร
มาตรา ๒๓ การถือตราประจำกรม/กอง
  • (๑) ข้าราชการชั้นประทวน (ตั้งแต่สิบตำรวจตรีถึงดาบตำรวจ) ถือตราได้ไม่เกิน ๑ ตรา
  • (๒) ผู้บังคับการ ถือตราได้ไม่เกิน ๑ ตรา
  • (๓) ข้าราชการชั้นสัญญาบัตร (ตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป ยกเว้นผู้บังคับการ) ถือตราได้ไม่เกิน ๒ ตรา
  • (๔) ข้าราชการระดับผู้บัญชาการของแต่ละกองหรือกรม ให้ถือตราได้ตามจำนวนหน่วยงานในสังกัดของตน
  • หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานเบา-ความผิดสถานกลาง)
ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๔ การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และวินัย

ใผู้เล่นทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และวินัยภายในราชอาณาจักรโดยเคร่งครัด ผู้ใดฝ่าฝืนหรือละเลยหน้าที่ดังกล่าว มีโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานเบา-ความผิดสถานกลาง-ความผิดสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๕ ข้อห้ามอันจำเป็น

ห้ามผู้ใดเข้าร่วม หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับแมพหรือกลุ่มที่กระทำการอันก่อให้เกิดความวุ่นวาย ความเสียหาย หรือเป็นการรบกวนต่อราชอาณาจักร ไม่ว่าจะภายในดิสคอร์ด ชุมชนภายใน Roblox หรือช่องทางอื่นใด หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานเบา-ความผิดสถานกลาง-ความผิดสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๖ ข้อห้ามตามหลัก PDPA

ผู้ใดนำรูปภาพ หรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นไปเปิดเผยโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูล หรือนำไปล้อเลียน ดูหมิ่น ด่าทอ อันก่อให้เกิดผลกระทบทางจิตใจ ให้ถือว่ากระทำผิดตามมาตรานี้ มีโทษ (ความผิดสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๗ การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลด้านความเป็นส่วนตัว

ผู้ใดบังคับ ขู่เข็ญ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ให้ผู้อื่นเปิดกล้องวิดีโอ หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการรุกล้ำสิทธิความเป็นส่วนตัว ซึ่งก่อให้เกิดความหวาดกลัวหรือผลกระทบทางจิตใจ ให้ถือว่ากระทำผิดตามมาตรานี้ มีโทษ (ความผิดสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัย พุทธศักราช ๒๕๖๙
ลำดับ กฎหมาย คำอธิบาย
มาตรา ๑ ชื่อพระราชบัญญัติ

"พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัย พุทธศักราช ๒๕๖๙"

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒ บังคับใช้

"ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป"

ใช้ในการสวมบทบาท
หมวด ๑ : ว่าด้วยวินัย
มาตรา ๓ วินัยคือ

"วินัยของข้าราชการนั้น คือ การที่ข้าราชการตำรวจต้องประพฤติตามแบบธรรมเนียมของราชการ"

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๔ วินัยคือสิ่งสำคัญที่สุดของข้าราชการ
  • วินัยเป็นหลักสำคัญที่สุดสำหรับข้าราชการตำรวจ เพราะฉะนั้นข้าราชการทุกคนจักต้องรักษาโดยเคร่งครัดอยู่เสมอ ผู้ใดฝ่าฝืนให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิด ตัวอย่างการกระทำผิดวินัย มีดังต่อไปนี้
  • (๑) ดื้อดึง ขัดขืน หลีกเลี่ยง หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเหนือตน
  • (๒) ไม่รักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ผู้น้อย
  • (๓) ไม่รักษามารยาทให้ถูกต้องตามแบบธรรมเนียมของตำรวจ
  • (๔) ก่อให้แตกความสามัคคีในหมู่ข้าราชการ
  • (๕) เกียจคร้าน ละทิ้ง หรือเลินเล่อต่อหน้าที่ราชการ
  • (๖) กล่าวคำเท็จหรือให้ข้อมูลที่บิดเบือนต่อผู้บังคับบัญชา
  • (๗) ใช้กิริยาวาจาไม่สมควร หรือประพฤติไม่สมควร
ใช้ในการสวมบทบาท
หมวด ๒ : อำนาจลงทัณฑ์
มาตรา ๕ ทัณฑ์ที่จะลงแก่ผู้กระทำผิด
  • ต่อวินัยดังกล่าวไว้ในหมวด ๑ นั้น ให้กำหนดเป็น ๓ สถาน คือ
  • (๑) ภาคทัณฑ์
  • (๒) ธำรงวินัย
  • (๓) จำคุก
ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๖ ความหมายของทัณฑ์แต่ละสถาน

"ภาคทัณฑ์" คือ การลงโทษในกรณีที่มีเหตุควรปราณี โดยแสดงความผิดของผู้นั้นให้ปรากฏหรือให้ทำทัณฑ์บนไว้ เช่น บันทึกบัญชีวินัยเลว ซึ่งสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ธำรงวินัย คือ การลงทัณฑ์ทางร่างกาย เช่น กระโดดตบ โดยต้องได้รับคำสั่งจากผู้มีอำนาจลงทัณฑ์โดยตรง จำคุก คือ การควบคุมตัวให้อยู่ในความดูแลของเรือนจำทหาร หรือห้องกักของสถานีตำรวจตามแต่กรณี"

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๗ ผู้ที่มีอำนาจลงทัณฑ์
  • ผู้มีอำนาจบังคับบัญชาในการลงทัณฑ์แก่ผู้กระทำผิด ได้แก่
  • (๑) ผู้บัญชาการของแต่ละหน่วย และผู้บังคับการ
  • (๒) เจ้าพนักงานฝ่ายรัฐธรรมนูญ
  • (๓) ผู้ที่ได้รับมอบหมายอำนาจจากบุคคลตาม (๑) - (๒) ให้ปฏิบัติหน้าที่ภายในขอบเขตที่กำหนด
  • (๔) ผู้บังคับบัญชาระดับกรมหรือฝ่ายบริหาร มีอำนาจลงทัณฑ์ได้เฉพาะบุคคลในสังกัดของตน
ใช้ในการสวมบทบาท
หมวด ๓ : ระเบียบการแต่งกาย
มาตรา ๘ เครื่องแบบหมายถึง
  • เครื่องแต่งกายที่กำหนดให้ข้าราชการตำรวจสวมใส่ เครื่องแบบย่อมประกอบด้วย หมวก เสื้อ กางเกง รองเท้า เครื่องหมายยศ สังกัด และเครื่องประกอบอื่น ๆ โดยมีข้อบังคับดังนี้
  • (๑) ข้าราชการตำรวจทุกนายต้องสวมเครื่องแบบตามสังกัดของตนทุกครั้งเมื่ออยู่ในเขตพื้นที่ราชการ (หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า ๑ วัน)
  • (๒) ฝ่ายรัฐบาลและศาล สามารถแต่งกายตามแบบของหน่วยงานตนเอง หรือเครื่องแต่งกายสุภาพ เช่น ชุดสูท หากแต่งกายไม่เหมาะสม (กระโดดตบไม่ต่ำกว่า ๒๐ ครั้ง)
  • (๓) ผู้ใดแต่งกายเลียนแบบหรือแอบอ้างว่าสังกัดหน่วยงานใดโดยมิได้รับอนุญาต (มีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า ๑ วัน)
  • (๔) กำหนดทรงผมข้าราชการตำรวจชาย ทรงผมห้ามยาวเกินหมวก และต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยให้ทรงผมของแมพเป็นมาตรฐาน (หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า ๑ วัน)
  • (๕) กำหนดทรงผมข้าราชการตำรวจหญิง ทรงผมห้ามยาวเกินลำคอ หรือให้มัดรวบให้เรียบร้อย โดยให้ทรงผมของแมพเป็นมาตรฐาน (หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า ๑ วัน)
  • (๖) ข้าราชการตำรวจทั้งชายและหญิง ห้ามย้อมสีผม ต้องเป็นสีธรรมชาติ (หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า ๑ วัน)
  • (๗) ฝ่ายรัฐบาลและศาล สามารถย้อมสีผมและเลือกทรงผมได้ตามความเหมาะสม
  • (๘) ข้าราชการตำรวจ รวมถึงฝ่ายรัฐบาลและศาล ห้ามสวมใส่เครื่องประดับที่ผิดลักษณะมนุษย์ปกติ เช่น หูสัตว์ หาง หรือปีก (กระโดดตบไม่ต่ำกว่า ๒๐ ครั้ง)
ใช้ในการสวมบทบาท
หมวด ๓ : ระเบียบการแต่งกาย
มาตรา ๙ ว่าด้วยระเบียบคำสั่งพิเศษ

"ว่าด้วยการใช้คำสั่งพิเศษ (Commands) โดยให้ใช้สำหรับการฝึก การจัดกิจกรรม การอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ และการกระทำที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานและกองทัพเท่านั้น โดยไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ข้าราชการในสังกัด"

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๐ ระเบียบการใช้คำสั่งพิเศษ
  • ว่าด้วยการใช้คำสั่งพิเศษ (Commands) โดยให้ใช้สำหรับการฝึก การจัดกิจกรรม การอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ และการกระทำที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานและกองทัพเท่านั้น คำสั่งพิเศษที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการที่กำหนด ถือว่าไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้โดยปริยาย
  • (๑) :n ต่างๆ คือ การประกาศแบบป็อปอัพ หากใช้ในทางที่ผิดอาทิเช่น :n รวมตัวหน้าตึกบลาๆ มีโทษดังนี้ ครั้งที่ ๑ ตักเตือน ครั้งที่ ๒ ธำรงวินัย หรือ จำคุก ครั้งที่ ๓ บันทึกบัญชีวินัยเลว หากร้ายแรง สามารถ ปลดการอนุมัติใช้คำสั่งพิเศษ หากมีครั้งต่อๆไป ให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล
  • (๒) :tp (Players) me คือการดึงตัวผู้เล่น กล่าวคือหากใช้ในทางที่ผิด อาทิเช่น :tp playerA me โดยไม่มีเหตุอันสมควร มีโทษดังนี้ ครั้งที่ ๑ ตักเตือน ครั้งที่ ๒ ธำรงวินัย หรือ จำคุก ครั้งที่ ๓ บันทึกบัญชีวินัยเลว หากร้ายแรง สามารถ ปลดการอนุมัติใช้คำสั่งพิเศษ หากมีครั้งต่อๆไป ให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล
  • (๓) :team การย้ายทีมหรือเหล่าสังกัด กล่าวคือหากใช้ในทางที่ผิด อาทิเช่น :team me นักโทษ โดยที่ตนเองมิได้มีสิทธิ์อยู่ใน Team นักโทษ ครั้งที่ ๑ ตักเตือน ครั้งที่ ๒ ธำรงวินัย จำคุก หรือ บันทึกบัญชีวินัยเลว ครั้งที่ ๓ ปลดการอนุมัติใช้คำสั่งพิเศษ หรือ ลดอัตราชั้นยศ หากมีครั้งต่อๆไป ให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล
ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๑ วรรค (๑) ประเภทคำสั่งประกาศ
  • คำสั่งประกาศแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ดังต่อไปนี้
  • (๑) คำสั่งหมวด :n ให้ใช้ได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ในตำแหน่ง "ครูฝึกกองบัญชาการศึกษา" เท่านั้น ใช้สำหรับการประกาศคำสั่ง ข้อชี้แจง หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการฝึก การอบรม และกิจกรรมทางยุทธวิธี
  • ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ถือเป็นความผิดทางวินัย โทษสำหรับผู้กระทำผิด ให้พิจารณาตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ
  • บทกำหนดโทษ
  • (๑) ลงโทษทางวินัย โดยการธำรงวินัย (JJS) ตั้งแต่ ๑๐๐ ถึง ๒๐๐ ครั้ง หรือ
  • (๒) จำคุกเป็นระยะเวลาไม่เกิน ๒๔ ชั่วโมง
  • ในกรณีที่การกระทำผิดมีลักษณะร้ายแรง หรือกระทำซ้ำ ให้บันทึกประวัติเป็น "บัญชีวินัยเลว" และหากเห็นสมควร อาจมีคำสั่งลดอัตราชั้นยศ เพิกถอนสิทธิในการใช้คำสั่งประกาศ
ใช้ในการสวมบทบาท
ประมวลกฎหมายไซเบอร์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
ลำดับ กฎหมาย คำอธิบาย
มาตรา ๑ ชื่อประมวลกฎหมาย

ให้เรียกประมวลกฎหมายนี้ว่า "ประมวลกฎหมายไซเบอร์ พุทธศักราช ๒๕๖๙"

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒ บังคับใช้

ประมวลกฎหมายนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๓ บทนิยามศัพท์

"การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์" หมายความว่า มาตรการหรือการดำเนินการที่กำหนดขึ้น เพื่อป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ อันกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงทางทหารและตำรวจ และความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ "ภัยคุกคามทางไซเบอร์" หมายความว่า การกระทำหรือการดำเนินการใดๆ โดยมิชอบ โดยใช้คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมไม่พึงประสงค์ โดยมุ่งหมายให้เกิดการประทุษร้ายต่อระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง อันเป็นภัยอันตรายที่จะก่อให้เกิดความเสียหายหรือส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบนั้นๆ

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๔ ดุลพินิจการบังคับใช้กฎหมาย

ผู้ใดกระทำความผิดอย่างใด นอกจากที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายไซเบอร์นี้ ให้รับอาญาตามลักษณะจารีตประเพณีหรือตามดุลพินิจของศาล หากกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ให้นำคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญที่ถึงที่สุดแล้วมาใช้เป็นบรรทัดฐานในการตัดสินคดีอื่นๆ ได้โดยอนุโลม

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๕ หมายเรียกไซเบอร์

หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้ออกหมายเรียกแล้ว หากผู้ต้องหายังไม่มาตามกำหนด ให้ถือว่าเป็นการหลบหนี มีโทษจำคุก และส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการต่อไป

ใช้ในการสวมบทบาท
หมวด ๑ : การกำหนดประเภทอัตราโทษ
มาตรา ๖ ความผิดสถานเบา
  • ตักเตือน
  • บันทึกคดีความผิด
  • กระโดดตบ ไม่ต่ำกว่า ๕๐ แต่ไม่เกิน ๑๐๐
  • จำคุก ๕ นาที
ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๗ ความผิดสถานกลาง
  • ตักเตือน
  • บันทึกคดีความผิด
  • กระโดดตบ ไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ แต่ไม่เกิน ๒๐๐
  • จำคุก ๑๐ นาที
ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๘ ความผิดสถานหนัก
  • ให้เป็นไปตามดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ
ใช้ในการสวมบทบาท
หมวด ๒ : ข้อบังคับต่างๆ
มาตรา ๙ หมิ่นประมาท

การกล่าวหรือกระทำการอันทำให้บุคคลอื่น กรม/กอง หรือหน่วยงานใดเกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง (โทษสถานเบา-โทษสถานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๐ ใช้วาจาไม่เหมาะสมในหมู่คณะ

การใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพหรือไม่เหมาะสมในการสื่อสารระหว่างกัน (โทษสถานเบา-โทษสถานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๑ ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

การกระทำใดอันเป็นการละเมิดหรือก้าวก่ายสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น (โทษสถานเบา-โทษสถานกลาง)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๒ นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ

การนำเข้าหรือเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือสื่อสาธารณะ อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือหน่วยงาน (โทษสถานเบา-โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๓ สร้างความเข้าใจผิด

การนำเสนอข้อมูลหรือข้อความที่บิดเบือนความจริง อันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ข้าราชการหรือสาธารณชน (โทษสถานเบา-โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๔ แบ่งปันสื่อที่ไม่เหมาะสม

การเผยแพร่หรือส่งต่อเนื้อหาลามกอนาจาร สื่อที่ไม่เหมาะสม หรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดทุกประเภทผ่านช่องทางออนไลน์ (โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๕ ส่งสแปมข้อความ

การส่งข้อความที่ไม่พึงประสงค์ ซ้ำๆ หรือไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่จนก่อให้เกิดความรำคาญหรือรบกวนผู้อื่น (โทษสถานเบา-โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๖ การบังคับขู่เข็ญ

การบังคับ ขู่เข็ญ หรือกดดันทางช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ผู้อื่นยินยอมกระทำการใดๆ อันไม่สมัครใจ ก่อให้เกิดความหวาดกลัวหรือความเดือดร้อน (โทษสถานกลาง-โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๗ แชร์ลิงก์ที่ไม่เหมาะสมหรือแมพที่ติด Blacklist

การเผยแพร่หรือส่งต่อลิงก์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม หรือลิงก์ไปยังแมพที่ถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) (โทษสถานกลาง-โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๘ ปลอมแปลงเอกสาร

การปลอมแปลง แอบอ้าง หรือดัดแปลงเอกสารทางราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต (โทษสถานกลาง-โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๙ ชักจูงกระทำผิดกฎหมาย

การสมรู้ร่วมคิดหรือชักชวนให้ผู้อื่นกระทำผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ (โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๐ แสดงข้อความเสื่อมเสียต่อบุคคล

การเผยแพร่ข้อความหรือเนื้อหาที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่บุคคลใด ทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านช่องทางออนไลน์ (โทษสถานเบา-โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๑ หมิ่นสถาบัน

การกระทำหรือกล่าวคำใดๆ อันก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ (โทษสถานกลาง-โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๒ ยุยงสร้างความขัดแย้ง

การกระทำหรือกล่าวคำใดๆ ทางช่องทางออนไลน์ อันก่อให้เกิดความแตกแยกหรือขัดแย้งในสังคม (โทษสถานกลาง-โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๓ ฉ้อโกงทางออนไลน์

การหลอกลวงโดยใช้ช่องทางออนไลน์จนทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์สิน (โทษสถานกลาง-โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๔ แอบอ้างตัวตนทางออนไลน์

การแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต (โทษสถานกลาง-โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๕ ก่อความวุ่นวายในชุมชนออนไลน์

การกระทำใดๆ ที่สร้างความเสียหายหรือความวุ่นวายเป็นวงกว้างภายในชุมชนออนไลน์ (โทษสถานกลาง-โทษสถานหนัก)

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒๖ การจัดตั้งหรือเข้าร่วมชุมชนที่แยกตัวจากชุมชนหลัก
  • ผู้ใดจัดตั้ง ชักชวน หรือเข้าร่วมกลุ่มหรือชุมชนออนไลน์ที่มีลักษณะแยกตัวออกจากชุมชนหลักของราชอาณาจักร อันอาจเป็นเหตุให้เกิดการซ่องสุมกำลัง การบ่อนทำลาย หรือการสร้างความแตกแยกต่อความสามัคคีของข้าราชการทหารและตำรวจ ให้ถือว่ากระทำความผิดตามมาตรานี้ โดยมีองค์ประกอบความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
  • (๑) กลุ่มหรือชุมชนดังกล่าวมีสมาชิกตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป
  • (๒) สมาชิกในกลุ่มหรือชุมชนดังกล่าวมาจากแมพตั้งแต่ ๔ แมพขึ้นไป และมีสัดส่วนเกินกว่าร้อยละ ๕๐ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
  • (๓) มีพฤติการณ์หรือการกระทำอันส่อถึงการซ่องสุมกำลัง การวางแผนโจมตี หรือการกระทำใดอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของราชอาณาจักร หากพบเห็นมีการละเมิดข้อใดข้อหนึ่ง มีโทษ (ความผิดสถานกลาง-ความผิดสถานหนัก)
ใช้ในการสวมบทบาท
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๙
หมวด ๑ : บททั่วไป
ลำดับ กฎหมาย คำอธิบาย
มาตรา ๑ ความเป็นหนึ่งเดียวของหน่วยงาน

แมพตำรวจแห่งนี้เป็นหน่วยงานหนึ่งเดียวอันไม่อาจแบ่งแยกได้

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๒ หลักการปฏิบัติหน้าที่

แมพตำรวจนี้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย และคุ้มครองประชาชน โดยยึดหลักความยุติธรรมและความเป็นธรรมในการปฏิบัติหน้าที่

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๓ อำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย

อำนาจในการบริหารและบังคับใช้กฎหมายภายในแมพนี้ ให้เป็นไปตามโครงสร้างของหน่วยงานและลำดับชั้นการบังคับบัญชาที่กำหนด โดยผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ และผู้ที่ได้รับมอบหมาย มีอำนาจตามหน้าที่และต้องไม่ใช้อำนาจเกินขอบเขต

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๔ สิทธิของประชาชน

ประชาชนในแมพนี้มีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และมีสิทธิร้องเรียน แจ้งเหตุ หรือแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ได้ โดยต้องไม่เป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๕ สิทธิและเสรีภาพ

บุคคลทุกคนในแมพนี้ย่อมมีสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค และต้องได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๖ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของแมพ

รัฐธรรมนูญนี้เป็นกฎหมายสูงสุดของแมพ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือการกระทำใดที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าบทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่เรื่องใด ให้พิจารณาหรือวินิจฉัยเรื่องนั้นไปตามแนวปฏิบัติหรือจารีตของแมพโดยไม่ขัดต่อหลักความยุติธรรม

ใช้ในการสวมบทบาท
หมวด ๒ สิทธิและเสรีภาพของบุคคลในแมพ
มาตรา ๗ สิทธิและเสรีภาพของบุคคล
  • (๑) สิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ บุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญของแมพคุ้มครองไว้ หากไม่มีกฎหมายบัญญัติห้าม ย่อมสามารถกระทำได้ ทั้งนี้ต้องไม่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของแมพ หรือสิทธิของผู้อื่น
  • (๒) การใช้สิทธิในกรณีกฎหมายยังไม่บัญญัติ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญให้สิทธิไว้ แม้ยังไม่มีกฎหมายหรือระเบียบรองรับ บุคคลยังคงสามารถใช้สิทธินั้นได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
  • (๓) การอ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญ บุคคลสามารถอ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญเพื่อคุ้มครองตนเอง หรือใช้เป็นข้อต่อสู้ในกระบวนการพิจารณาคดีได้
  • (๔) สิทธิในการได้รับการเยียวยา บุคคลผู้ได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิ มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือหรือการเยียวยาตามกฎหมาย
ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๘ บุคคลย่อมเสมอกันด้วยกฎหมาย

บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๙ สิทธิและเสรีภาพด้านร่างกาย

บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การจับและการคุมขังบุคคลจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๐ สิทธิประชาชนและข้าราชการ
  • (๑) มีสิทธิรับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะที่หน่วยงานของรัฐครอบครอง ตามที่กฎหมายบัญญัติ
  • (๒) มีสิทธิเสนอเรื่องร้องทุกข์ต่อหน่วยงานของรัฐ และได้รับแจ้งผลการพิจารณาโดยไม่ชักช้า
  • (๓) มีสิทธิฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐให้รับผิดชอบจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของข้าราชการ ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งระดับใด
ใช้ในการสวมบทบาท
หมวด ๓ หน้าที่ของรัฐ
มาตรา ๑๑ หน้าที่ในการรักษาความสงบและความมั่นคง

หน่วยงานภายในแมพนี้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และผลประโยชน์ส่วนรวมของแมพ โดยต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม เพื่อประโยชน์ดังกล่าว ให้มีการจัดระบบการบังคับใช้กฎหมาย การบริหาร และการพิจารณาคดีให้มีประสิทธิภาพ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ รัฐบาล และศาล ต้องปฏิบัติหน้าที่ภายในขอบเขตอำนาจของตน

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๒ รัฐต้องดูแลในการปฏิบัติตามกฎหมาย

รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๓ ให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้
  • (๑) ประมวลกฎหมายอาญา พุทธศักราช ๒๕๖๙
  • (๒) พระราชบัญญัติกฎระเบียบ พุทธศักราช ๒๕๖๙
  • (๓) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัย พุทธศักราช ๒๕๖๙
  • (๔) ประมวลกฎหมายอาญาไซเบอร์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
ใช้ในการสวมบทบาท
ส่วนที่ ๒ : ศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา ๑๓ อำนาจบทบาท

ศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นศาลสูงสุดในการวินิจฉัยและบังคับใช้กฎหมายทั้งปวงภายในแมพ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ถือเป็นที่สุดและผูกพันทุกองค์กร

ใช้ในการสวมบทบาท
มาตรา ๑๔ เจ้าพนักงานฝ่ายรัฐธรรมนูญ
  • เจ้าพนักงานฝ่ายรัฐธรรมนูญประกอบด้วย
  • (๑) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
  • (๒) รองประธานศาลรัฐธรรมนูญ
  • (๓) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
  • (๔) คณะกรรมการกฎหมายรัฐธรรมนูญ
  • (๕) กรรมการวิสามัญ
  • (๖) เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐธรรมนูญ
  • (๗) เจ้าหน้าที่ธุรการฝ่ายรัฐธรรมนูญ
ใช้ในการสวมบทบาท